วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

แผนการตลาด หัวใจของหัวใจ

แผนการตลาด หัวใจของหัวใจ ที่ต้องบอกว่าแผนการตลาดเป็นหัวใจของหัวใจ เพราะ

อยากจะสื่อให้คุณได้รู้ว่า แผนการตลาดมีความสำคัญอย่างมากต่อการผลักดันให้คุณก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแห่งศักดิ์ศรีหรือเรียกติดปากว่า "เจ้าของกิจการ" โดย องค์ประกอบสำคัญที่คุณต้องนำมาแจกแจง เพื่อใช้ในการกำหนดแผนการตลาด อาจได้มาจากส่วนของการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งการวางแผนการตลาดเป็นการกำหนดกลยุทธ์และวิธีในการดำเนินกิจกรรมทางการ ตลาด เพื่อให้กิจการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่มุ่งหวังนั้นเอง

สำหรับสูตรที่ใช้ในการวางแผนการตลาดมีอยู่หลายสูตร จะขอเสนอสูตรในแต่ละสูตรเพื่อความเข้าใจดังนี้

สูตรแรก แผนการตลาดที่ เน้นการผลิต ซึ่งจะเน้นทางการผลิตและตัวผลิตภัณฑ์ของตนเองให้มากที่สุด โดยการผลิตต้องมีการดำเนินงานที่ดีมีคุณภาพจะขายได้ กิจกรรมอื่นๆ ของธุรกิจ เช่น การส่งเสริม การจำหน่าย การกระจายสินค้า จะถูกจำกัดบทบาทเพราะไม่มีความสำคัญเท่ากับการผลิตสินค้าให้ดีที่สุด

สูตร 2 แผนการตลาดที่ เน้นการขาย สูตรนี้การผลิตจะถูกลดบทบาท แต่จะเน้นว่าต้องพยายามผลักดันให้ลูกค้าซื้อสินค้าให้มากที่สุด ดังนั้น การส่งเสริมการขาย การโฆษณาและการกระตุ้นการขายโดยวิธีอื่นๆ จะมีความสำคัญมาก

สูตร 3 แผนการตลาดที่ เน้นผู้บริโภค เป็นหลัก ซึ่งแผนการตลาดลักษณะนี้ จะเน้นคำพูดประโยคหนึ่งคือ "เริ่มและจบที่ลูกค้า" ธุรกิจจะต้องนำความต้องการของลูกค้ามาเป็นตัวตั้งในการผลิตเพื่อผลิตสินค้า ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยให้ความสำคัญในการตั้งราคาที่เหมาะสม การส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจลูกค้า ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ทั่วถึง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ในที่สุด

แต่สูตรที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมมากที่สุดคือ สูตรที่เน้นผู้บริโภคเป็นหลัก เพราะ ไม่ว่าลูกค้าจะมีความต้องการอย่างไร หากธุรกิจสามารถตอบสนองได้ก็จะถือได้ว่ามีการเกิดโอกาสทางธุรกิจขึ้น แม้ว่าตลาดที่ธุรกิจสามารถตอบสนองได้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้ไม่มีใครอยากเข้ามาแข่งขันมากมายอย่างไรก็ตาม ต้องมั่นใจขนาดของตลาดเพียงพอและคุ้มค่าต่อการลงทุนด้วย

ส่วนอีกสูตรซึ่งจะต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่สำคัญไม่เหมาะกับสภาวะการณ์ของธุรกิจ ที่ล้วนมุ่งให้ลูกค้าเกิดการพึงพอใจสูงสุด ไม่ใช่มุ่งไปที่การผลิตหรือการขายที่เป็นกิจกรรมภายในองค์กรธุรกิจเอง

สรุปว่า เนื้อหาของแผนการตลาดท่ดี อย่างน้อยๆ จะต้องสามารถตอบคำถามหลักๆ เหล่านี้ได้

- เป้าหมายทางการตลาดที่ต้องทำให้ได้ในระยะเวลาของแผนคือเรื่องอะไรบ้าง

- ใครคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทั้งกลุ่มเป้าหมายหลักและกลุ่มเป้าหมายรอง

- จะนำเสนอสินค้าและบริการอะไรให้กลุ่มเป้าหมาย ในราคาเท่าใดและด้วยวิธีการใด

- จะสร้างและรักษาความพึงพอใจให้กับกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นได้ด้วยวิธีการใดบ้าง

หากผู้ประกอบการสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ก็นับว่าคุณได้ซึบซาบแนวทางการทำธุรกิจของคุณไว้อย่างเต็มเปี่ยม ส่วนจะเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ คงต้องใช้เวลาและแรงใจ ในการทำธุรกิจของคุณเป็นเครื่องพิสูจน์



การจ้างที่ปรึกษาธุรกิจ

ผู้บริหารที่ประกอบธุรกิจ แม้ว่าจะดำเนินกิจการประสบความสำเร็จ เป็นเวลาเนิ่นนานหลายปี ก็มิใช่ว่าจะเก่งในการบริหารทั้งหมดทุกเรื่อง เมื่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ถ้าไม่ตื่นตัว รีบปรับปรุงวิธีการบริหาร ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจนั้นก็อาจจะเสื่อมถอยไปสู่จุดจบได้

ที่ปรึกษาธุรกิจ จึงมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้บริหาร ทั้งที่ปรึกษาธุรกิจไทย และต่างด้าว ทำให้ผู้บริหารที่ทำธุรกิจ มีโอกาสจะเลือกได้ตามที่ต้องการ ที่ปรึกษาธุรกิจนั้น ล้วนแต่มีชื่อเสียงถนัดแต่ละด้าน เช่น การบริหารแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายแรงงาน การบริหารค่าจ้างและสวัสดิการ การตลาด การเงิน ฯลฯ เป็นต้น เมื่อตกลงจะเลือกที่ปรึกษาธุรกิจ จึงต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องครบถ้วน ว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไร มิฉะนั้น ก็อาจจะเดือดร้อน ที่ปรึกษาอาจเรียกเก็บค่าบริการไม่ได้ เป็นข้อพิพาทที่ต้องใช้อำนาจศาล

แม้จะไม่ได้ทำให้งานสำเร็จตามที่กำหนด ก็ยังต้องจ่ายค่าตอบแทน

บริษัททำสัญญาจ้างที่ปรึกษาธุรกิจมีกำหนด 5 ปี โดยมีข้อตกลงจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือน บริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา


คำพิพากษาฎีกา 4680/2545 บริษัท (ลูกหนี้) ทำสัญญาจ้างที่ปรึกษาธุรกิจ (เจ้าหนี้) เพื่อให้คำปรึกษาในการบริหารงานจัดระบบการบริหารทั้งหมดในกิจการของบริษัท (ลูกหนี้) ให้บริษัท (ลูกหนี้) มีความก้าวหน้าทันสมัยตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท (ลูกหนี้) ในการบริหารงานบุคคล การเงิน การตลาด โดยบริษัท (ลูกหนี้) จะจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นรายเดือน มีกำหนด 5 ปี

การให้คำปรึกษาของที่ปรึกษา (เจ้าหนี้) นั้นส่วนใหญ่จะให้คำปรึกษาด้วยวาจา ซึ่งในการให้คำปรึกษาแต่ละครั้ง ไม่ได้ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปตามที่บริษัท (ลูกหนี้) กำหนดไว้ และในการให้คำปรึกษานั้น ก็มิได้ผูกพันให้บริษัท (ลูกหนี้) ต้องปฏิบัติตาม อันจะมีผลให้เกิด ตามที่บริษัทที่ปรึกษาให้คำปรึกษาเสมอไป

ข้อตกลงของสัญญาดังกล่าวนี้ จึงไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ (Hire of Work) ที่กำหนดจะให้สินจ้าง เพื่อผลสำเร็จแห่งการนั้นเท่านั้น และก็มิใช่สัญญาจ้างแรงงาน (Hire of Services) แต่เป็นสัญญาจ้างบริการอันเป็นเอกเทศสัญญาอย่างหนึ่ง

บริษัท (ลูกหนี้) จึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือนตามสัญญาจ้าง

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ที่ปรึกษาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ย่อมมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/27 วรรคหนึ่ง

อำนาจในการจัดการทรัพย์สินของผู้บริหาร (ลูกหนี้) ย่อมสิ้นสุดลงตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/20 วรรคหนึ่ง ที่ปรึกษาที่เป็นเจ้าหน้าที่จึงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเท่านั้น

sp;&nbZ n s 0` sR /span>ข้อตกลงของสัญญาดังกล่าวนี้ จึงไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ (Hire of Work) ที่กำหนดจะให้สินจ้าง เพื่อผลสำเร็จแห่งการนั้นเท่านั้น และก็มิใช่สัญญาจ้างแรงงาน (Hire of Services) แต่เป็นสัญญาจ้างบริการอันเป็นเอกเทศสัญญาอย่างหนึ่ง

ที่ปรึกษาธุรกิจ ควรใช้ความระมัดระวัง ให้มีสัญญาจ้างที่รัดกุม ไม่คลุมเครือ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงนามถูกต้อง พิจารณาให้ละเอียดว่าบริษัทที่ว่าจ้างต้องการให้ทำอะไร กำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญาให้ครบถ้วน มิฉะนั้นที่ปรึกษาอาจถูกปฏิเสธ

ไม่ได้รับค่าบริการอันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเนือง ๆ

สัญญาจ้างที่ปรึกษาของราชการและรัฐวิสาหกิจโดยทั่วไปจะใช้รูปแบบสัญญาที่ราชการกำหนดไว้ มีเงื่อนไขบีบบังคับที่ปรึกษาไว้มาก ที่ปรึกษาควรศึกษารายละเอียดในสัญญาก่อนจะลงนามในสัญญา จะอ้างในภายหลังว่าเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตามกฎหมายแรงงานไม่ได้ เพราะการจ้างที่ปรึกษาไม่ใช่การจ้างแรงงาน และก็มิใช่เป็นการจ้างทำของ
ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เป็นข้อพิพาทได้




Qsign By Ikkyu

Consultant of Marketing & Project Plan.

(ที่ปรึกษาทางการตลาดและการทำธุรกิจ)


บริการให้คำปรึกษาการทำธุรกิจ ตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ การวางแผนการตลาด


ที่ปรึกษาในรูปแบบของ Qsign

ที่ปรึกษาการตลาดในรูปแบบที่คิดค่าปรึกษาการตลาดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเท่า่นั้น


การจ้างที่ปรึกษาการตลาดที่คิดค่าจ้างตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นมีข้อดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าหากคิดโดยรวมแล้วผลลัพธ์คือไม่ได้กำไร ผู้ประกอบการก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน นั่นคือไม่มีความเสี่ยง และการจ่ายค่าจ้างตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นยังเป็นการเร่งเร้าให้ที่ปรึกษานั้นคิดหาทุกวิถีทางที่จะสร้างกำไรให้กับคุณ ซึ่งถ้าหากเจ้าของกิจการเกิดกำไรขึ้น 1 แสนบาท ที่ปรึกษาทางการตลาดจะได้รับ 10-20% หรือ 1-2 หมื่นบาท เป็นต้น ซึ่งยิ่งกำไรเกิดขึ้นมากเท่าไหร่ก็เป็นผลดีต่อเจ้าของกิจการมากขึ้นเท่านั้น